การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 28 เม.ย. 69 มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ซึ่งมีวงเงิน 3,780,600 ล้านบาท เป็นจำนวน 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.2%
วงเงินดังกล่าวเป็นไปตามผลการหารือร่วมของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อ 22 เม.ย. 69 และสอดคล้องกับแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2570–2573 ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ กรอบงบประมาณยังคงอยู่ภายใต้หลักวินัยการเงินการคลัง
- ประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิ 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79,400 ล้านบาท หรือ 2.7% จากปีก่อนหน้า
- กำหนดนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลไว้ที่ 788,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 จำนวน 72,000 ล้านบาท หรือลดลง 8.4% แต่คิดเป็น 20.80% ของงบประมาณ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าวงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นในระดับจำกัด นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นความ “ตรงเป้า แม่นยำ และตอบโจทย์” ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
นอกจากนี้ ยังต้องยึดหลักความคุ้มค่า ความจำเป็น ความเร่งด่วน และความเหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงการใช้แนวคิดงบประมาณฐานศูนย์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งพิจารณาใช้แหล่งเงินอื่นนอกงบประมาณ เช่น เงินนอกงบหรือแหล่งทุนทางเลือก สำหรับโครงการลงทุนภาครัฐ เพื่อลดภาระงบประมาณโดยรวมของประเทศ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลชี้แจงระหว่างการจัดทำงบประมาณปี 70 ว่างบประมาณจะเป็นแบบงบประมาณขาดดุล และคาดว่าจะทำให้หนี้สาธารณะขยับขึ้นไปเป็น 68% ของจีดีพี ซึ่งตามกรอบกฎหมายกำหนดให้หนี้สาธารณะไม่เกิน 70%
เมื่อต้นเดือนเม.ย. 69 มีการเสนอจะปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะมากกว่า 70% ของจีดีพี โดยมีการ “โยน”สัดส่วนจะเพิ่มเป็น 75-80% เนื่องจากหากรวมกับงบประมาณขาดดุลในปี 70 และต้องกู้เงินมารับกัะบสถานการณ์สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ อาจทำให้ตัวเลขหนี้สาธารณะเกิน 70%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขหนี้สาธารณะล่าสุด เมื่อ 28 เม.ย. 69 มียอดหนี้รวม 12,595,731.58 ล้านบาท คิดเป็น 66.09% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




