ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประกาศเอกสารหลักของการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF-WBG Annual Meetings) “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” เพื่อเป็นกรอบอ้างอิงสำหรับประเทศต่าง ๆ ใช้เป็นหลักการในการรับมือกับปัญหาภัยการเงินดิจิทัล รวมถึงไทยที่จะสามารถนำมาใช้ยกระดับการจัดการปัญหาดังกล่าวให้ดียิ่งขึ้น
กรอบดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการรับมือกับปัญหาภัยการเงินดิจิทัลและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber-enabled fraud) ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินในระดับสากล

ธปท. และกระทรวงการคลัง มุ่งหวังให้ Bangkok Blueprint เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ Whole-of-Ecosystem ยกระดับการรับมือให้ครบวงจร โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบ การร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อรับมืออาชญากรรมที่ดำเนินการข้ามประเทศและยกระดับมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล ผ่านองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั้ง IMF, World Bank Group (WBG), Financial Action Task Force (FATF) และ Financial Stability Board (FSB) โดยในระยะข้างหน้า การสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่มีความเข้มแข็งในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่ใกล้ชิด การประสานงานอย่างเป็นระบบ
ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเงินดิจิทัลยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม การเข้าถึงบริการทางการเงิน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ บนพื้นฐานของความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน
Bangkok Blueprint คืออะไร?
Bangkok Blueprint เป็นงานศึกษาโดย IMF และ World Bank ซึ่ง ธปท. ช่วยให้ข้อมูลและความเห็น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอหลักการและกรอบนโยบาย สำหรับประเทศต่าง ๆ ใช้ในการรับมือ “การฉ้อโกงที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ” (cyber-enabled fraud) ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบระดับโลก
Bangkok Blueprint เปรียบเสมือน “เข็มทิศนโยบาย” ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาให้เหมาะกับบริบทของตนเอง เพื่อให้ระบบการเงินดิจิทัลมีความปลอดภัยและทั่วถึง (Safe & Inclusive Digital Finance: SIDF) และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินดิจิทัล ทั้งนี้ งานศึกษาดังกล่าว จะเป็นผลผลิตสำคัญ (key deliverables) ของการประชุม AM2026 และเป็น contribution ของไทยสู่ประชาคมโลก แม้ภายหลังงาน AM2026 จบลง
แนวคิดหลักของ Bangkok Blueprint
• Whole-of-Ecosystem: เสนอแนวทางจัดการแบบครบวงจรตั้งแต่การป้องกัน (prevention) ตรวจจับ (detection) ตอบสนอง (response) ไปจนถึงการเยียวยา (recovery) โดยกระจายความรับผิดชอบไปยังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (shared responsibility)
• International Collaboration: เนื่องจากภัยการเงินในโลกดิจิทัลเป็นความท้าทายที่เชื่อมโยงข้ามพรมแดน ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือได้โดยลำพัง ไทยจึงตั้งใจใช้บทบาทในการเป็นเจ้าภาพเพื่อยกระดับการหารือจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ซึ่ง Bangkok Blueprint ทำหน้าที่เป็นเอกสารตั้งต้นเพื่อช่วยจุดประกาย global dialogues อันจะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศดังกล่าว โดยไทยหวังว่าสิ่งที่เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ จะได้รับการขับเคลื่อนต่อโดยองค์กรระดับโลก เช่น IMF, World Bank, Financial Action Task Force (FATF) และ Financial Stability Board (FSB) อาทิ การกำหนดมาตรฐานกลางในการแชร์ข้อมูลระหว่างประเทศ เป็นต้น
ทั้งนี้ ไทยร่วมมือกับ IMF และ World Bank เพื่อเตรียมเปิดตัว Bangkok Blueprint อย่างเป็นทางการเมื่อ 14 ต.ค. 69 ที่งาน AM2026 โดยจะมีการเผยแพร่งานศึกษาฉบับเต็ม ประกอบกับการจัดเวทีหารือ (panel discussion) ให้ประเทศต่าง ๆ เข้าใจสาระสำคัญของ Blueprint มากขึ้น ซึ่งไทยหวังว่าการหารือในระดับโลกที่งาน AM2026 นี้ จะปูทางไปสู่ global action เพื่อรับมือ cyber-enabled fraud ต่อไป
• Input for Standard Setting: มุ่งส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกนำไปปรับใช้และเป็น input ให้แก่หน่วยงานกำหนดมาตรฐาน (standard setters) ในการออกแบบแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันภัยการเงินดิจิทัลอย่างยั่งยืนแม้ไทยจะเสร็จสิ้นภารกิจการเป็นเจ้าภาพการประชุมแล้ว
มีอะไรใน Bangkok Blueprint
แนวคิดข้างต้นและการสังเคราะห์ประสบการณ์ของประเทศสมาชิก IMF และ World Bank มีสาระสำคัญและโครงสร้างหลักประกอบด้วย 5 เสาหลัก (5 Pillars) และ 12 ข้อพิจารณาหลัก (12 Key Considerations) ซึ่งเชื่อมโยงอย่างครบวงจร ดังนี้
Pillar 1: Establish Strategic and Legal Foundations: สร้างรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ กฎหมาย และการกำกับดูแล โดยการวางรากฐานระดับประเทศเพื่อให้ทุกหน่วยงานมีเป้าหมาย บทบาท และอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนในการรับมือ cyber-enabled Fraud พร้อมมีกฎหมายและเกณฑ์กำกับที่เอื้อต่อการป้องกัน การแบ่งปันข้อมูล การเยียวยาผู้เสียหาย และการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
- KC1 Establish a Comprehensive National Strategy for Fraud-Resilient Digital Finance(ยุทธศาสตร์ชาติ: วางแผนแม่บทระดับประเทศ กำหนดตัวผู้รับผิดชอบหลัก)
- KC2 Establish a Sound Legal, Regulatory, and Supervisory Framework to Address Cyber-Enabled Fraud (กฎหมาย/เกณฑ์กำกับ: ปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อต่อการแชร์ข้อมูล คืนเงิน และลงโทษ)
Pillar 2: Strengthen the Fraud Mitigation Lifecycle: บริหารจัดการ fraud ครบวงจรตั้งแต่ป้องกันจนถึงเยียวยา โดยเสริมความสามารถในการป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และเยียวยาภัยทุจริตตลอดทั้งวงจร โดยเน้นการออกแบบบริการทางการเงินที่ปลอดภัย การตรวจจับความผิดปกติแบบ Real-Time และการสกัดกั้นความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว
- KC3 Build Cyber-Enabled Fraud Resilience in Financial Services Design (ปลอดภัยแต่แรกเริ่ม: ฝังระบบป้องกันการหลอกลวงลงในการออกแบบแอปพลิเคชั่น และบริการทางการเงิน)
- KC4 Implement Collaborative and Adaptive Fraud Prevention (ป้องกันเชิงรุก: ปรับมาตรการป้องกันให้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา)
- KC5 Build a System-Wide Fraud Detection Architecture (ตรวจจับทั้งระบบ: แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาคส่วนเพื่อตรวจจับบัญชีต้องสงสัยแบบ Real-time)
- KC6 Operationalize Coordinated Response and Recovery Mechanisms (ตอบสนอง/เยียวยาอย่างรวดเร็ว: สกัดเงินและระงับบัญชีให้ได้เร็วขึ้น และช่วยเหลือเหยื่อให้ได้มากขึ้น)
Pillar 3: Leverage Existing Risk and Enforcement Frameworks: ใช้ประโยชน์จากกรอบบริหารความเสี่ยงและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วโดยนำเครื่องมือที่มีอยู่ เช่น cybersecurity, AML/CFT และกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย มาประยุกต์ใช้ในการป้องกัน ปราบปราม และตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- KC7 Strengthen Financial Sector Cyber Resilience (ระบบไซเบอร์แกร่ง: ยกระดับความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีของสถาบันการเงินไม่ให้ถูกลักลอบเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต)
- KC8 Leverage the Existing Anti-Money Laundering and Countering the Financing of Terrorism (AML/CFT) framework to address Cyber-Enabled Fraud
(บล็อกเส้นทางเงิน: ใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) จัดการบัญชีม้า - KC9 Deter Cyber-Enabled Fraud Through Effective Law Enforcement and Criminal Sanctions (ปราบปรามเด็ดขาด:สืบสวน จับกุม และยึดทรัพย์มิจฉาชีพอย่างจริงจัง)
Pillar 4: Expand Domestic and Cross-Border Coordination and Cooperation: เสริมความร่วมมือในและระหว่างประเทศ โดยส่งเสริมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อให้สามารถรับมือภัยทุจริตที่มีลักษณะข้ามหน่วยงานและข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น
- KC10 Promote Domestic Cross-Sector Collaboration for Cyber-Enabled Fraud Mitigation (ร่วมมือข้ามหน่วยงาน: เช่น ธนาคาร-ค่ายมือถือ-แพลตฟอร์ม-ตำรวจ)
- KC11 Harness Cross-Border Cooperation, Coordination, and Information Sharing Frameworks (ร่วมมือข้ามพรมแดน:ประสานงานกับต่างประเทศเพื่อตัดเส้นทางเงินของมิจฉาชีพ)
Pillar 5: Promote Consumer Protection and Resilience: เสริมภูมิคุ้มกันและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยการยกระดับความรู้ ความตระหนักรู้ และกลไกคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากภัยการเงินออนไลน์ รู้วิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุ และยังคงมีความเชื่อมั่นในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัล
- KC12 Strengthen Consumer Empowerment and Awareness Against Cyber-Enabled Fraud (สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน:สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภค แจ้งความได้สะดวก ติดตามเงินคืนได้รวดเร็ว)
The Bangkok Blueprint in Action (compendium paper)
Bangkok Blueprint ถือเป็นกรอบนโยบายระดับสูง (high-level policy framework) ซึ่งธปท. และ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ยังได้จัดทำ Bangkok Blueprint in Action เพื่อถ่ายทอดบทเรียนเชิงปฏิบัติและตัวอย่างการดำเนินนโยบายจริงในการรับมือ cyber-enabled fraud ผ่านประสบการณ์ของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาค
Compendium ฉบับนี้ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (stylized facts) เพื่อสะท้อนขนาดและลักษณะของปัญหา Fraud ในประเทศไทย รวมทั้งวิเคราะห์ความท้าทายและ policy trade-offs ที่ผู้กำหนดนโยบายต้องคำนึงถึงในการออกแบบมาตรการรับมือ โดยต่อยอดจากกรอบแนวคิด Bangkok Blueprint ให้เห็นการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังสังเคราะห์ประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่น่าสนใจจากประเทศไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมถึงตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับประเทศที่ต้องการยกระดับความสามารถในการป้องกัน ตรวจจับ และรับมือ Cyber-Enabled Fraud อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ Bangkok Blueprint in Action จะถูกนำเสนอในงาน Bangkok Blueprint Implementation Event ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ 14 ต.ค. 69 ระหว่างการประชุม AM2026 เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์จากประเทศในภูมิภาค โดยมีกำหนดเผยแพร่ Bangkok Blueprint in Action ควบคู่กับการเปิดตัว Bangkok Blueprint ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันด้วย
ธปท.ระบุทำไปแล้วในหลายมิติของ Bangkok Blueprint
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ที่ผ่านมา ธปท. ได้ยกระดับการจัดการปัญหาเรื่องเงินเทา และคอร์รัปชันอย่างครบวงจร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสอดรับกับหลักการของ Bangkok Blueprint ในหลายมิติ
- การตรวจสอบและรู้จักตัวตนของลูกค้าอย่างเข้มงวด (KYC/CDD/EDD)
- การยืนยันตัวตนของร้านค้า (KYM) ของธุรกิจรับชำระเงิน เพื่อป้องกันการให้บริการกับธุรกิจผิดกฎหมาย
- การตรวจจับธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (suspicious transaction)
- การถอนเงินสดมูลค่าสูงตั้งแต่ 5 ล้านบาท ขึ้นไป
- ยกระดับมาตรการป้องกันการนำเงินสดไปแปลงเป็นสินทรัพย์ทางการเงินอื่น เช่น ทองคำและเงินตราต่างประเทศ รวมถึงกำกับดูแลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เช่น USDT
บทความที่เกี่ยวข้อง:




