กระทรวงพาณิชย์ รายงาน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน เม.ย. 2569 สูงขึ้น 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยถือเป็นครั้งแรกหลังจากติดลบมานาน 13 เดือน ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: เงินเฟ้อของไทยกำลังขาขึ้น ตั้งแต่เม.ย. เป็นต้นไป
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย รวมถึงราคาผักสดปรับสูงขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด อย่างไรก็ตามราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ไม่รวมราคาอาหารสดและพลังงาน ปรับสูงขึ้น 0.83%YoY และเร่งตัวขึ้น 0.57% จากเดือนก่อหน้า (MoM)
คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไทยปี 2569

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ทั้งปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5% (ค่ากลาง 2.0) จากคาดการณ์น้ำมันดิบดูไบ เดือน เม.ย. – พ.ค. ราคาจะอยู่ที่ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากนั้นลดลงที่ระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ค่าไฟฟ้าเดือน พ.ค. – ส.ค. อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วยและเดือน ก.ย. – ธ.ค. อยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย รวมถึงอาหารจานเดียว เพิ่มขึ้น 3%
กสิกรไทยประเมินเงินเฟ้อทั้งปี 3.4%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.4%YoY โดยจะเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังราคาสินค้าผู้บริโภค ซึ่งคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะไปแตะระดับสูงสุดในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ และยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4 ปีนี้
ทั้งนี้ เงินเฟ้อปี 2569 ที่เร่งตัวสูงมาจาก ราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 และมีแนวโน้มทยอยลดลงในครึ่งหลังของปี 2569 หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย แต่คงไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพราะถึงแม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบริเวณอ่าวที่ถูกทำลายต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
สำหรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ แม้เริ่มลดลงจากจุดสูงสุดในเดือนเม.ย. แต่ทั้งปียังคาดว่าสูงกว่าปีก่อน ขณะที่ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนจากมาตรการของภาครัฐ
ด้านราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงานและปุ๋ย อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ (El Nino) ตั้งแต่เดือนพ.ค. 2569 เป็นต้นไป และมีโอกาสทวีความรุนแรวมากขึ้น (Super El Nino) ในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าเกษตร
ขณะที่ราคาสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อปรับขึ้นแล้วมีแนวโน้มปรับลดลงยาก อาทิ อาหารสำเร็จรูป ค่าขนส่ง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มในไตรมาส 2 และแตะระดับสูงสุดในไตรมาส 3 และจากนั้นจะยังทรงตัวในระดับสูง
สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากทางรัฐบาล อาทิ ไทยช่วยไทยพลัส คาดว่าจะช่วยพยุงกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ชั่วคราว และคาดว่าจะไม่มีผลต่อเงินอัตราเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ
อัตราเงินเฟ้อโลก

สอดคล้องกับหลายประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลกที่กำลังเผชิญแนวโน้มเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือเข้าสู่ภาวะ Stagflation โดยสหรัฐฯ มีอัตราเงินเฟ้อเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 3.2%YoY จาก 2.5%YoY ในเดือน ม.ค. ขณะที่สหภาพยุโรป เพิ่มขึ้นเป็น 2.6%YoY จาก 1.9%YoY จีน เพิ่มขึ้นเป็น 1.2%YoY จาก 0.8%YoY และญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 2.2%YoY จาก 1.5%YoY
กรุงไทยมองสงครามยืดเยื้อ เงินเฟ้อมีโอกาสแตะ 6.6%
Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย คาดอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2569 พุ่งสู่ระดับ 3.1%YoY สูงสุดในรอบ 3 ปี นับจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปีนี้ เงินเฟ้อจะเฉลี่ยอยู่ที่ 4.5% ภายใต้สมมติฐานที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายภายในครึ่งแรกของปี (1H69) และราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยอยู่ที่ 88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับปี 2568 อยู่ที่ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ โดยการเจรจาไม่มีข้อสรุป จนเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบและสินค้าที่รุนแรงและยาวนานขึ้น (Supply disruption) อาจทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีแตะระดับ 6.6% ได้
การส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการสู่ผู้บริโภคจะทยอยชัดเจนขึ้น หลังล่าสุดพบว่าผู้ผลิตยังส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภคไม่มากนัก สะท้อนจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เฉลี่ย ม.ค.-เม.ย. 2569 อยู่ที่ 3.27% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ที่เพียง 0.32% นอกจากนั้น ผลสำรวจล่าสุดเดือน เม.ย. 2569 จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ว่าธุรกิจกว่า 35% มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นราคาไม่เกิน 10% ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ขณะที่มีธุรกิจ 35% จะปรับขึ้นราคาเกินกว่า 10% จากต้นทุนสูงขึ้น ทั้งนี้ สัดส่วนธุรกิจที่จะปรับราคา
ธปท.มองเงินเฟ้อปีนี้ขึ้น 2.9% ราคาน้ำมันยังสูง
ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ธปท. ประเมิน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 จะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9% ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อจะปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงานโลกและการส่งผ่านไปยังต้นทุน โดยจะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป จนเกินกรอบเป้าหมายที่ 3% นานจนถึงสิ้นปี ก่อนลดระดับลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% ในปี 2570 ตามคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบ จะปรับลดลงมาที่ประมาณระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยปี 2569 ตามคาดการณ์ของ ธปท.

อย่างไรก็ตาม ธปท. ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องตลอดปี 2570 และยังสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันในพื้นที่สู้รบได้รับความเสียหาย จึงต้องใช้เวลาฟื้นฟูเป็นเวลานาน
หลายสำนักวิจัย และ ธปท. ประเมินตรงกันว่า เงินเฟ้อไทยปี 2569 มีแนวโน้มเร่งตัวสูงขึ้น จากแรงกดดันด้านราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จนเกินกรอบเป้าหมาย 1-3% ของ ธปท. ดังนั้นในระยะถัดไปความรุนแรงของเงินเฟ้อจะขึ้นอยู่กับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพราะยืดเยื้อนานกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ก็อาจทำให้เงินเฟ้อไทยค้างสูงนานยิ่งกว่าเดิม และกดดันเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำมันดิบทั่วโลก
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




