ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026) ที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกบรรจุไว้ในแผน คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) กำลังผลิตรวม 9,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2593 และตั้งเป้าเริ่มเดินเครื่องโรงแรกในปี 2580
ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม โดยผ่านการประเมินตามแนวทางของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) แล้ว 10 จากทั้งหมด 19 ด้าน ทั้งนี้ IAEA เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทในการส่งเสริมการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ และกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์
สำหรับการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR แห่งแรกของประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมทำโครงการนำร่อง
ศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. กล่าวกับ Policy Watch – Thai PBS ว่า ทาง กฟผ. อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นของโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) แห่งแรกของประเทศไทย เบื้องต้นคาดว่าจะมีกำลังผลิตประมาณ 300 เมกะวัตต์ (MW) และตั้งเป้าให้สามารถเริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ภายใน 11 ปีข้างหน้า (2580) ตามกรอบการพัฒนาที่อยู่ในร่างแผน PDP 2026
โรงไฟฟ้า SMR เป็นรูปแบบหนึ่งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม โดย กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมด้านพลังงานนิวเคลียร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้ในแผน PDP แม้ที่ผ่านมาโครงการจะถูกเลื่อนออกไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่าง ๆ แต่ กฟผ. ยังคงเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง
เปรียบเทียบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบเดิม และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)

กำลังศึกษาเลือกเทคโนโลยีและพื้นที่ตั้ง
การพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ในปัจจุบัน กฟผ. อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น (Pre-feasibility study) เพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย รวมถึงศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งแรก รวมถึงวางแผนพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการก่อสร้างและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าในอนาคต
นอกจากนี้ กฟผ. ยังจัดตั้งคณะทำงานในระดับเทียบเท่าฝ่าย เพื่อรับผิดชอบการเตรียมโครงการ SMR โดยจะทำตามแนวทางของ IAEA ที่กำหนดประเด็นการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนิวเคลียร์ไว้ 19 ด้าน ครอบคลุมทั้งการคัดเลือกเทคโนโลยี การจัดหาพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า การพัฒนาบุคลากร การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการเตรียมระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบ
ศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

กฟผ. ในฐานะหน่วยงานที่จะเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้า (Operator) จะดูแลการก่อสร้างและการเดินเครื่องให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมตลอดอายุการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะยาวนานประมาณ 60 ปี
ส่วนความพร้อมของระบบไฟฟ้า กฟผ. ประเมินว่า ระบบไฟฟ้าของประเทศไทยมีความมั่นคงและเสถียรภาพเพียงพอที่จะรองรับการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า SMR แห่งแรก และสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้อย่างมีเสถียรภาพ
ภาพจำลองเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์

กฟผ. เชื่อ SMR ปลอดภัยสูง ต้นทุนแข่งขันได้ในระยะยาว
ข้อดีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR นั้น ศิริวัฒน์ อธิบายว่า เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัย โดยอุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ สามารถผลิตและประกอบจากโรงงานก่อนนำมาติดตั้งในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในระหว่างการก่อสร้างได้
ขณะเดียวกัน ด้วยขนาดของโรงไฟฟ้าที่เล็กกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไปหากเกิดอุบัติเหตุจะสามารถควบคุมผลกระทบให้อยู่ในพื้นที่จำกัดได้ เนื่องจากความปลอดภัยถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกในการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
“โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กปริมาณการใช้เชื้อเพลิงน้อย หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็สามารถที่จะดูแลแล้วก็ควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ที่จำกัดได้” รองผู้ว่า กฟผ. กล่าว
แบบจำลองระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)

สำหรับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รองผู้ว่า กฟผ. คาดว่า ในระยะยาวต้นทุนการผลิตจะสามารถแข่งขันกับโรงไฟฟ้าประเภทอื่นได้ เนื่องจาก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าโรงไฟฟ้าทั่วไปที่มีอายุราว 25 ปี
“โรงไฟฟ้า SMR มีการออกแบบให้เดินเครื่องได้ 60-80 ปี เป็นอย่างน้อย เพราะฉะนั้นด้วยอายุของโรงไฟฟ้าที่มีอายุมากกว่าโรงไฟฟ้าทั่วไปที่อยู่ประมาณ 25 ปี เงินลงทุนเบื้องต้น อาจจะแพงกว่า แต่เมื่อเฉลี่ยออกมาเป็นตลอดอายุการใช้งานแล้ว คิดว่าราคาของโรงไฟฟ้ารวมถึงค่าไฟที่ออกมา จะสามารถแข่งขันกับโรงไฟฟ้าประเภทอื่นในปัจจุบันได้” ศิริวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ทำให้ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าน้อยกว่าโรงไฟฟ้าบางประเภทที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วส่งกลับประเทศต้นทาง
สำหรับแนวทางจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว ศิริวัฒน์ เล่าว่า ในระยะแรกของการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR กฟผ. มีแผนให้เจ้าของเทคโนโลยีเป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิงมาพร้อมกับโรงไฟฟ้า ขณะที่กากเชื้อเพลิงที่ผ่านการใช้งานแล้วจะจัดเก็บไว้ภายในโรงไฟฟ้าในประเทศก่อน และจึงจะส่งกลับไปให้ประเทศผู้จัดหา
ทั้งนี้ แนวทางนำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วส่งกลับประเทศผู้จัดหา ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและเตรียมเจรจากับบริษัทที่เกี่ยวข้อง
สำหรับกรอบเวลาการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR แห่งแรกของประเทศไทย กฟผ. ตั้งเป้าให้สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ภายใน 11 ปีข้างหน้า ตามแนวทางที่กำหนดไว้ในร่างแผน PDP โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ โดยเริ่มจากการขออนุมัติจากรัฐมนตรี ในการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR แห่งแรก จากนั้นจะเริ่มจัดหาและคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4–5 ปี ก่อนเข้าสู่ระยะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอีกประมาณ 5–6 ปี เพื่อให้สามารถเดินเครื่องได้ตามเป้าหมาย
การยอมรับจากประชาชนเป็นความท้าทาย
กฟผ. มีความมั่นใจว่าจะสามารถคัดเลือกเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า SMR ที่มีความเหมาะสมและปลอดภัยสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยได้ แต่ความท้าทายสำคัญของการพัฒนาโครงการ คือ การยอมรับของประชาชน
ที่ผ่านมา กฟผ. ให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาโรงไฟฟ้าประเภทนี้
“กฟผ. มีการเผยแพร่ความรู้กับประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นอันดับแรกของการดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR” รองผู้ว่า กฟผ. กล่าว
ความที่เกี่ยวข้อง:




