
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 69 ครอบคลุมน้ำท่วม พายุ และแผ่นดินไหว สูงสุด 1 แสนบาท/หลัง กรณีเสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท/ราย คปภ. ชี้เคลมได้เมื่อประกาศเขตภัยพิบัติหรือพื้นที่ประสบสาธารณภัยตั้งแต่วันที่กรมธรรม์มีผล โดยหากประกาศก่อนหน้านั้นจะไม่คุ้มครอง

แม้การออกมาตรฐาน มอก.เหล็กฉบับใหม่ (ทบทวน มอก.24-2559) ยังอยู่ ในช่วงการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะและประชาพิจารณ์ แต่อนุกรรมการ กว. 84/1 คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.)ออกตั้งคำถามการผลิตเหล็กจาก IF อาจจะมีปัญหาความเหนียว และการรับแรงแผ่นดินไหว

รัฐบาลเปิด “One Map น้ำ” รวมข้อมูล 4 หน่วยงาน แก้ปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน เพื่อรวมข้อมูลน้ำและภัยพิบัติจากหน่วยงานหลักเข้าสู่ระบบเดียว ให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการประเมินสถานการณ์ และสื่อสารกับประชาชนให้เป็นเอกภาพ

ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 1.5 หมื่นล้าน จัดซื้อประกันภัย 3 ภัยหลัก อุทกภัย–วาตภัย–แผ่นดินไหว บ้านเสียหายสูงสุด 1 แสนบาท เสียชีวิต 2 ล้านบาท คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 ถึง 1 ต.ค. 70

ปัจจุบันมีประชาชนกว่า 5.7 ล้านคน ที่ต้องใช้ชีวิตแขวนอยู่บนความเสี่ยงดินถล่ม โดยปราศจากระบบป้องกันที่ยั่งยืน แม้ปัจจุบันจะมี "นวัตกรรม" และ "นโยบาย" แต่ในทางปฏิบัติในหลายพื้นที่ยังมีข้อจำกัดทางการบริหารและกฎหมาย

วิเคราะห์สถานการณ์“ภัยพิบัติ” ปี 69 ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แนวโน้มท่วม–แล้งสลับถี่ขึ้น แนะรัฐเตรียมนโยบายรับมือภัยพิบัติแบบสุดขั้ว (Extreme) เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยน้ำท่วมหาดใหญ่ ย้ำ 3 หลัก “รับรู้–ยอมรับ–ปรับตัว” เพื่ออยู่กับความเสี่ยงอย่างยั่งยืน

เปิดฟังความเห็นร่างกฎหมาย พ.ร.บ.อุตุนิยมวิทยา กำหนดให้เป็น “หน่วยงานหลัก“ พยากรณ์อากาศ มีอำนาจดูแลเครื่องมือให้มีความแม่นยำ ควบคุมข้อมูลภาครัฐและเอกชน ป้องกันบิดเบือนสร้างความเสียหายประชาชน พร้อมกำหนดบทลงโทษทางอาญากับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี คาดเทศกาลสงกรานต์ปี 68 เงินสะพัดน้อยลงจากปีก่อน 13.5% เหตุนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยลดลง เพราะกังวลความปลอดภัยจากเหตุแผ่นดินไหวและแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นักท่องเที่ยวต่างชาติ ก.พ. ต่ำสุดในรอบ 4 เดือน จากนักท่องเที่ยวจีนลดลง กังวลความปลอดภัยในไทยและเศรษฐกิจภายในซบเซา ขณะที่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ฉุดความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวต่างชาติกังวล แห่ยกเลิกตั๋วเครื่องบินและที่พัก

เหตุการณ์สึนามิ ปี 2547 เป็นจุดเริ่มต้นของระบบจัดการภัยพิบัติและเครือข่ายอาสาสมัครในไทย รวมถึงการจัดทำ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ผ่านเส้นทางยาวนานมาถึงวันนี้ ประเทศไทยยังคงตกอยู่ในวังวนและเผชิญความสูญเสียจากภัยพิบัติหลากรูปแบบที่รุนแรง ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ภัยพิบัติมีแนวโน้มเกิดมากขึ้นทั่วโลก สร้างความเสียหายรุนแรงต่อเนื่อง นำมาสู่การระดมสมองเตรียมพร้อมรับมือเพื่อป้องกันและลดความสูญเสีย ด้วยกลไกทางกฎหมาย การบริหารจัดการ และนวัตกรรมที่ปรับเปลี่ยนไปตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิกาศในยุคโลกเดือด

รัฐบาลใช้งบประมาณกว่าร้อยล้านบาท ในปี 65 ติดตั้งระบบเตือนเพื่อรับภัยพิบัติทั่วประเทศ แต่รายงานสหประชาชาติกลับพบว่า ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงของไทยมีเพียง 50% เท่านั้น ที่ได้รับการอบรมเตรียมการป้องกันและรู้จักการเตือนภัย ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติของไทย