
เมื่อระบบสุขภาพเจอภาวะต้นทุนค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นไม่หยุด พบว่าประเทศที่คนซื้อประกันสุขภาพในสัดส่วนสูงถึง 70-95% มีระบบร่วมจ่าย ขณะที่ Co-payment ในไทยยังไม่ได้รับความนิยม ทำให้เป็นประเด็นท้าทายสำหรับระบบสุขภาพไทยจะไปรอด หรือ ยั่งยืนได้อย่างไร

Medical Inflation หรือเงินเฟ้อด้านการแพทย์ เป็นปัจจัยทำให้ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น และเป็นโจทย์ใหม่ที่ท้าทายระบบสุขภาพของไทย โดยเฉพาะบริษัทประกันภัยเอกชน ที่เสนอให้ใช้เอไอและสร้างฐานข้อมูลสุขภาพ เพื่อลดปัญหาการเคลมค่ารักษาที่เกินจำเป็น

สมาคมประกันชีวิตไทยอ้างอิง ในปี 2567 ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของไทยเพิ่มขึ้นราว 10.8% แต่ก็ยังสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศที่อยู่เพียงประมาณ 2-3% หลายเท่าตัว ทำให้ทุกปีค่ารักษาพยาบาลกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ นั่นหมายถึงระบบประกันสุขภาพเอกชน กำลังเผชิญ

ทุกครั้งที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในประเทศไทย คำแถลงนโยบายรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอต่อรัฐสภาถือเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการปฏิรูปภาครัฐ

เวที Policy Watch Connect 2026 ระดมทางออก ปฏิรูประบบสุขภาพ ระดมสมอง แก้ปัญหาวิกฤตระบบสุขภาพ เสนอพรรคการเมือง เสนอซุปเปอร์บอร์ดสุขภาพ (National Health Policy Board) คุม 3 กองทุนสุขภาพ กำหนดสิทธิประโยชน์พื้นฐานร่วมกัน

หมอเหรียญทอง ผอ. โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เปิดใจ ทำไมเปิด โครงการ ”เก็บใบเสร็จค่ายาไว้แลกเงิน" โดยให้ผู้ป่วยจ่ายค่ารักษาก่อน และสามารถนำใบเสร็จมารับเงินคืน หลัง สปสช. จ่ายหนี้ที่ค้างชำระค่ารักษาผู้ป่วยนอกส่งต่อ (OP Refer) สะสมตั้งแต่ปี 2563 และใน “โมเดล 5” ปี 2567–2568 รวมแล้วกว่า 70 ล้านบาท

เช็กสิทธิประโยชน์ "30 บาทรักษาทุกที่" ขณะที่บอร์ดสปสช.เห็นชอบ “งบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2569” วงเงินกว่า 2.72 แสนล้านบาท งบเหมาจ่ายรายหัว 4,298.24 บาท ดูแลคนไทยผู้มีสิทธิ 47.50 ล้านคน พร้อมเพิ่มสิทธิประโยขน์ใหม่ 10 รายการ

โลกยุคหลังโควิดเปลี่ยนไปหลายด้าน แต่ผลด้านบวกเกิดขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาแก้ปัญหา สปสช.พัฒนาบริการสุขภาพวิถีใหม่ โดยใช้ระบบไอทีและเทคโนโลยีดิจิทัลบนคลาวด์กลางภาครัฐ “GDCC” ยกระดับบริการบัตรทองยุค "นิวนอร์มอล" รองรับบริการวันละ 1 ล้านทรานแซกชันต่อวันจากโรงพยาบาลและหน่วยบริการต่าง ๆ ทั่วประเทศ