อุตสากรรมการประมงของไทย มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยในแต่ละปีสร้างรายได้นับแสนล้านบาท และเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก ซึ่งการประมง มี ความสำคัญใน 3 ด้าน
การจ้างงานและห่วงโซ่อุปทาน: ก่อให้เกิดการจ้างงาน ตั้งแต่ชาวประมงพื้นบ้าน แรงงานบนเรือ ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น โรงงานแปรรูปอาหารทะเล อุตสาหกรรมต่อเรือ น้ำแข็ง แพปลา และการขนส่ง
ความมั่นคงทางอาหาร: เป็นแหล่งโปรตีนหลักที่สำคัญและราคาเข้าถึงง่ายสำหรับคนไทย
ส่งออก: ไทยถือว่าเป็นศูนย์กลางการแปรรูปสัตว์น้ำที่สำคัญของภูมิภาค โดยรับซื้อวัตถุดิบสัตว์น้ำจากทั่วโลกมาแปรรูปและส่งออก
ในอดีต การประมงไทยเป็นการจับสัตว์น้ำชายฝั่งเพื่อการบริโภคในครัวเรือนหรือขายในท้องถิ่น ใช้เครื่องมือพื้นบ้าน เช่น แห อวน จมสุ่ม และเรือขนาดเล็ก
ต่อมาในยุคปฏิวัติเครื่องมือจับปลา ในช่วง พ.ศ. 2500) ไทยเริ่มนำ “เรืออวนลาก” (Trawl Fishing) เข้ามาใช้ ร่วมกับการติดเครื่องยนต์เรือ ทำให้จับสัตว์น้ำได้ทีละปริมาณมากในทะเลลึก ประมงไทยจึงเปลี่ยนจากระดับเลี้ยงชีพเข้าสู่ “อุตสาหกรรมประมง” เต็มรูปแบบ
แต่หลังจากมีการจับปลาในอ่าวไทยในปริมาณมาก ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ลดลง ประกอบกับเทคโนโลยีเรือพัฒนาขึ้น อุตสาหกรรมประมงไทยจึงขยายไปจับในน่านน้ำสากลและน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน
ต่อมาในช่วงปี 2558 ไทยประสบปัญหาวิกฤตใบเหลืองจากสหภาพยุโรป (EU) เรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และขาดการควบคุม (IUU Fishing) รวมถึงปัญหาแรงงานผิดกฏหมาย และการค้ามนุษย์
รัฐบาลและภาคเอกชนจึงต้องปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ ทั้งการปรับปรุงกฎหมายประมง การติดตั้งระบบติดตามเรือ (VMS) การจัดระเบียบแรงงาน และการเน้น “การประมงที่ยั่งยืน” เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและรักษามาตรฐานสากล
ต่อมาในรัฐบาล เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 (หรือ พ.ร.บ. ประมง ฉบับใหม่) ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเรียบร้อยแล้ว โดยปรับแก้ไปทั้งหมด 71 มาตรา ซึ่งขั้นตอนปัจจุบันอยู่ในช่วงเตรียมการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาและบังคับใช้เป็นกฎหมาย
นโยบายและแผนบริหารจัดการการประมง พ.ศ. 2566 – 2570
เพื่อเป็นกรอบทิศทางการดำเนินงานให้สามารถแก้ไขปัญหาการประมงในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ที่ 1 อนุรักษ์ ฟื้นฟู และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
- เป้าหมาย : เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำและแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำมีความอุดมสมบูรณ์และมีความสมดุล
- ตัวชี้วัด : แหล่งอาศัยของทรัพยากรประมงได้รับการบริหารจัดการเชิงระบบนิเวศไม่น้อยกว่า 10 พื้นที่/ปี
ยุทธศาสตร์ที่ 2 บริหารจัดการทรัพยากรประมงและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
- เป้าหมาย : ลดการทำประมงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการประมงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
- ตัวชี้วัด : ปริมาณสัตว์น้ำต่อหน่วยลงแรงประมง เพิ่มขึ้นขึ้น 3%
ยุทธศาสตร์ที่ 3 เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาศักยภาพของชาวประมงเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้ประกอบการ
- เป้าหมาย : ชาวประมงและผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการบริหารจัดการสินค้าประมงและมีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น
- ตัวชี้วัด : (1) สินค้าประมงไม่ถูกตีกลับจากประเทศคู่ค้าด้วยสาเหตุ IUU fishing ร้อยละ 100 (2) สินค้าประมงที่ได้รับการพัฒนาและเป็นไปตามความต้องการของตลาดอย่างน้อย 5 ผลิตภัณฑ์/ปี
ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการประมง
- เป้าหมาย : ส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการประมงให้สามารถใช้ประโยชน์ได้
- ตัวชี้วัด : จำนวนงานวิจัยหรือนวัตกรรมที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาภาคการประมง ไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง










