ตลาดหุ้นไทย กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดจำนวนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลาย ๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้สะท้อนได้จากดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,238 จุด ลดลงมาประมาณ 480 จุด หรือ 39% จากจุดสูงสุดในปี 2565 โดยในบางช่วงดัชนีเคยปรับตัวลงไปแตะระดับ 1,050 จุดมาแล้วถึง 2 ครั้ง

ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในช่วง 5 ปี ที่มา: TradingView
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงเวลาตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ จากการประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทน (ตลท.)
ภายใน 3 ปีนี้ ตลท. จะเคลื่อนไหวเชิงรุกมากขึ้นในทุกมิติ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าว ด้วยการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness) การเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Valuation) และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ทุกภาคส่วน
แผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2571 ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ประกอบด้วย
1. รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence)
- ดึงดูด Fund Flow (เงินลงทุน) ด้วยการผนึกกำลังกับพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ เนื่องจากหลังปี 2568 สภาพคล่องปรับลดลงจากหลายปัจจัยที่กดดัน โดยจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ แพลตฟอร์มซื้อขายพันธบัตร (Bond Connect Platform), กองทุนคริปโทเคอร์เรนซี่ (Crypto ETF) พร้อมขยาย DR และกองทุน L&I ETF เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความต้องการที่หลากหลาย ควบคู่กับการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ให้เป็นศูนย์รวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวกผู้ลงทุน นอกจากนี้ เตรียมจัดโรดโชว์ inbound และ outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างประเทศ
- ยกระดับบริษัทจดทะเบียนด้วยคุณภาพ โดยผนึกหน่วยงานกำกับดูแล ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย และผลักดันให้สามารถแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้ พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดบริษัทกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึงธุรกิจ SME และสตาทอัป (Startup) เข้าสู่ตลาดทุนไทย ขณะเดียวกัน มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มบริษัทจดทะเบียนปัจจุบัน เดินหน้าสร้างการมองเห็น (visibility) แผนงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในโครงการ JUMP+ ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียนไทย
- รุก TFEX เสริมกลยุทธ์ลงทุน ส่งเสริมการใช้ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง สร้างกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ ๆ ขยายโอกาสการลงทุน เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated products) ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี่ (Crypto-based product) เป็นต้น รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องทางการซื้อขายผ่านการทำงานของผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) และเทรดเดอร์มืออาชีพ (Professional Trader) พร้อมร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง

2. ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders)
- สร้าง SET Climate Ecosystem ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บริษัทจดทะเบียน ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้าบริษัทจดทะเบียนใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศด้วยมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พระราชบัญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล

3. เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People)
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการ พัฒนาระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์หลังการซื้อขาย (Clearing) ใหม่ เตรียมที่จะเริ่มให้บริการในปี 2570 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ และยกระดับศูนย์บริการนักลงทุนออนไลน์ หรือ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer, e-Proxy, e-Document, Investor Portal
- วางรากฐานพัฒนาคน ขับเคลื่อนบุคลากร เพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และตระหนักถึงความยั่งยืน

แผนกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้านนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งหวังจะช่วยให้ตลาดทุนไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
บทความที่เกี่ยวข้อง:




