คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย พ.ศ. …
ครม.ให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน โดยให้รับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปประกอบพิจารณา
ก่อนหน้านี้ ครม.มีมติ เมื่อ 19 พ.ค. 69 รับทราบและเห็นชอบตามที่ สศช. เสนอเรื่อง ความคืบหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) และกลไกการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย
ทั้งนี้ ในส่วนของการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย ให้ สศช. ดำเนินการตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ที่เห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล เป็นไปโดยรวดเร็ว ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ คณะรัฐมนตรีอาจพิจารณาเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ด้วยการประกาศเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในการวางระเบียบปฏิบัติราชการ
คณะกรรมการกำกับฯ จะขับเคลื่อนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยภายในปี พ.ศ. 2571 ดังนี้
อ่านเพิ่มเติม: ทำได้แค่ไหน? เมื่อไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ต้องปฏิรูปใหญ่-แก้ปัญหาสินบน
องค์ประกอบของคณะกรรมการ
- นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ
- รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับการบริหารราชการ สศช. เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 1
- รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับการบริหารราชการ กต. เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 2
- รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กำกับการบริหารราชการ สคก. เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 3
- ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการ ก.พ.ร. ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ด้านการพัฒนา ด้านกฎหมาย ด้านสังคม หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านการค้า การลงทุน หรือด้านธรรมาภิบาลภาครัฐ เป็นต้น
ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวนไม่เกิน 4 คน เป็นกรรมการ - เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นกรรมการและเลขานุการ
- รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมอบหมาย และอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
การประชุมของคณะกรรมการ
- กำหนดหลักเกณฑ์การประชุมของคณะกรรมการ เช่น กำหนดองค์ประชุมจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด และการลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก เป็นต้น
หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ
- กำหนดนโยบาย เสนอแนะแนวทางการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ตลอดจนสั่งการและกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และแผนการดำเนินการเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECO (Accession Roadmap) ของประเทศไทย
- แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
- เชิญผู้แทนหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูล เสนอแนะ หรือให้ข้อคิดเห็น ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตามความจำเป็นและเหมาะสม
- ดำเนินการอื่นใดตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
- ระยะที่ 1 OECD สนับสนุนกระบวนการคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Foresight) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม ความไม่แน่นอน และผลกระทบต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ
- ระยะที่ 2 OECD ร่วมออกแบบนวัตกรรมและกลไกการขับเคลื่อนแผน โดยประยุกต์ใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีของประเทศสมาชิกในการออกแบบแนวทาง
- การยกระดับขีดความสามารถของประเทศในการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและปัจจัยความไม่แน่นอนที่ซับซ้อนในระดับโลก ตลอดจนพัฒนาฉากทัศน์การพัฒนาที่สามารถสะท้อนอนาคตที่พึงประสงค์และเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอย่างรอบด้าน อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการยกระดับกลไกเชิงสถาบันของภาครัฐให้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 สู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม
- การพัฒนาศักยภาพบุคลากรของรัฐ ผ่านการเข้าถึงและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับ OECD เพื่อนำแนวปฏิบัติที่เหมาะสมมาปรับใช้ในบริบทประเทศไทย ตลอดจนการต่อยอดองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับ เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดทำและการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง
- การยกระดับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ให้มีความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติและมาตรฐานของ OECD มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ในอนาคต และทำให้การพัฒนาประเทศมีความต่อเนื่องตามกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ในแต่ละช่วง 5 ปี
เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง:




