การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 3 ก.พ. 69 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ
ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่..) พ.ศ. .…การแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สำนักงานฯ) โดยขยายขอบเขตวัตถุประสงค์ของสำนักงานฯ ให้ครอบคลุมถึงการกำหนด เสนอแนะ และจัดทำนโยบาย ตลอดจนขับเคลื่อนและดำเนินงานพัฒนานวัตกรรมของประเทศ
ทั้งนี้ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (เดิม) มีข้อจำกัดในเรื่องอำนาจหน้าที่ของสำนักงานฯ ที่ยังไม่ครอบคลุมถึงการถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วน (ระบุเพียงการเข้าร่วมทุน) จึงต้องเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ให้สามารถถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวข้องได้ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องไม่มีวัตถุประสงค์หลักในการมุ่งแสวงหากำไร และต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ขององค์การมหาชนตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานฯ ที่จะถูกกำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัพ พ.ศ. …. ในส่วนของการให้เงินทุนหรือให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัพ
การแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสำนักงานฯ ตามร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จะทำให้การดำเนินงานของสำนักงานฯ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดปัญหาในการตีความอำนาจหน้าที่และอุปสรรคในการปฏิบัติงานที่อาจเกิดขึ้นจากการที่กฎหมายเดิมไม่ได้ระบุอำนาจในการถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนไว้ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดการให้ทุนสนับสนุนผลงานธุรกิจนวัตกรรมและธุรกิจสตาร์ตอัปเพื่อดึงดูดการลงทุนในประเทศ
ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .… มีสาระสำคัญ ดังนี้
| พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม | ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .… |
| 1. ขยายขอบเขตวัตถุประสงค์ของ สนช. ให้ครอบคลุมการกำหนด เสนอแนะ และจัดทำนโยบายตลอดจนการขับเคลื่อนและดำเนินงานพัฒนานวัตกรรมของประเทศ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม | |
| มาตรา 7 ให้สำนักงานมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
(1) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการพัฒนานวัตกรรมของประเทศซึ่งรวมถึงการพัฒนาโครงการนวัตกรรมในระยะหลังการวิจัยและพัฒนา หรือการต่อยอดจากงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์เชิงพาณิชย์ |
มาตรา 7 ให้สำนักงานมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
(1) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนานวัตกรรมของประเทศซึ่งรวมถึงการพัฒนาโครงการนวัตกรรมในระยะหลังการวิจัยและพัฒนา หรือการต่อยอดจากงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์เชิงพาณิชย์ |
| 2. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจและหน้าที่ของ สนช. เกี่ยวกับการถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน เพื่อรองรับภารกิจในการต่อยอดกลไกการให้ทุนและสนับสนุนผลงานนวัตกรรมของประเทศสู่เชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งรองรับการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ที่จะกำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป พ.ศ. .… |
|
| มาตรา 8 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้(คงเดิม)(6) เข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสำนักงาน(คงเดิม)(9) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน การเข้าร่วมทุนตาม (6) และการกู้ยืมเงินตาม (7) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด |
มาตรา 8 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 ให้สำนักงานมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้(คงเดิม)(6) ถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุน กับนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสำนักงาน โดยต้องไม่มีวัตถุประสงค์หลักในการมุ่งแสวงหากำไร(คงเดิม)(9) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน หรือตามที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือคณะกรรมการมอบหมายการถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนตาม (6) และการกู้ยืมเงินตาม (7) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด |
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. เห็นชอบในหลักการของร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และเห็นว่าสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติฯ ควรให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้และทักษะสอดคล้องกับภารกิจตามกฎหมายที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม และควรดำเนินการตามมติคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน ที่ให้นำความเห็นเกี่ยวกับการจัดให้มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุน กับนิติบุคคลอื่น ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไปด้วย
สำนักงาน ก.พ.ร. (ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน) แจ้งว่า คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในหลักการ และให้นำความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนเกี่ยวกับการจัดให้มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่น ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อประกอบการตรวจพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกานี้ต่อไปด้วย
ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า คณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาในเรื่องนี้ได้เนื่องจากเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติ มิได้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการหรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




