ผลของการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ทำให้หลายประเทศตื่นตระหนกกับการขาดแคลนน้ำมัน ขณะที่ประเทศไทย แม้ยังขาดแคลน แต่ยังมีน้ำมันสำรองตามกฎหมายเพียงพอต่อการใช้ถึง 100 วัน แต่กลับพบว่าเกิดการตื่นตระหนกว่าน้ำมันจะขาดแคลนไปทั่วประเทศ
ช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลมักให้เหตุผลถึงสาเหตุที่ปั๊มไม่มีน้ำมันขายในหลายพื้นที่ เป็นเพราะประชาชนตื่นตระหนักและรีบไปเติมกันจำนวนมาก จนทำให้จัดส่งน้ำมันไม่ทัน พร้อมยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอ
นอกจากนี้อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยตนเองว่า ไม่เจอ “ไอ้โม่ง” ขบวนการกักตุนน้ำมัน แต่เกิดจากประชาชนกังวลและกักตุน จนทำให้ปริมาณการเติมน้ำมันพุ่งสูงเกินกว่าปกติ ในขณะที่การผลิตมีเท่าเดิม
“ก็มันไม่มี จะไปเจออย่างไรล่ะ เพราะทุกคนเขาก็ห่วงตัวเอง”
แต่ความจริกลับไม่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด โดยล่าสุด ตำรวจได้ตรวจปั๊มน้ำมันและคลังน้ำมันทุกแห่งทั่วประเทศ โดยเจาะจงในช่วงเวลาที่ไม่มีน้ำมันขาย กลับพบขบวนการกักตุนและถ่ายโอนน้ำมันจำนวนมากในหลายพื้นที่ ซึ่งมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไปตามพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเกิดกระบวนกักตุนเพื่อหาประโยชน์จากราคาน้ำมันสูงขึ้นจากภาวะสงคราม

รถบรรทุกน้ำมันกว่าหมื่นคันส่งไม่ถึงปั๊ม
ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) แถลงผลการตรวจสอบการกักตันน้ำมัน โดยจากการสืบข้อมูลผ่าน GPS ที่ติดบนรถน้ำมัน พบมีรถจำนวน 11,067 คัน ได้รับน้ำมันออกจากคลังแล้ว แต่ไม่ได้ไปส่งปั๊มน้ำมันตามที่กำหนด
โดยพบในจังหวัดอุดรธานี มีรถขนน้ำมันไปส่งจำนวน 10 คัน คันละ 40,000 ลิตร แต่ปั๊มน้ำมันกลับติดป้ายแจ้งว่าไม่มีน้ำมันขาย และพบช่วงเช้าวันนี้มีรถน้ำมัน 2 คัน ไปส่งน้ำมันในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น แทน และมีการถ่ายโอนน้ำมันให้กับรถขนาดเล็ก
อีกหนึ่งกรณีในจังหวัดระยอง ตรวจพบรถน้ำมันรับออกจากคลัง แล้วไม่ได้ไปส่งปั๊มน้ำมัน แต่ปลายทางดังกล่าวกลับเป็นคลังน้ำมันที่เคยจดทะเบียนเป็นปั๊มน้ำมัน (ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 10) มาก่อน ซึ่งภายหลังได้มีการยกเลิกการดำเนินกิจการไปแล้ว
ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบหน้างานยังพบอีกว่า คลังแห่งนี้ได้รับใบอนุญาตคลังน้ำมันเชื้อเพลิงตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 ที่มีความจุของถังรวมกันเกิน 500,000 ลิตร แต่กลับมีการขายผลิตภัณฑ์น้ำมันชนิดน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนอุตสาหกรรมให้กับลูกค้า แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 รวมถึงยังมีการรับจ้างขนส่งน้ำมันผิดกฎหมาย
คลังน้ำมันใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงหลังขึ้นราคา
ในส่วนของคลังน้ำมัน ตำรวจได้ตรวจสอบคลังน้ำมันที่เข่าข่ายจำนวน 92 คลัง จากข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าจ่ายน้ำมันในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ก็พบว่าคลังบางแห่งมีความผิดปกติอย่างชัดเจน
โดยหนึ่งในนั้น คือ คลังน้ำมันในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งปกติจะใช้ไฟฟ้าในระดับประมาณ 500 กิโลวัตต์ แต่ในช่วงวันที่ 9-10 มี.ค. และ 15-17 มี.ค. กลับมีการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงกว่าผิดปกติถึง 1,300 กิโลวัตต์
ต่อมาในช่วงวันที่ 20-25 มี.ค. เป็นช่วงก่อนปรับขึ้นราคาน้ำมัน ไม่พบการใช้ไฟฟ้าในการจ่ายน้ำมัน แต่ในวันที่ 26 มี.ค. หลังการปรับขึ้นราคาน้ำมัน กลับมีการใช้ไฟฟ้าจ่ายน้ำมันออกจากคลังพุ่งสูงถึง 1,600 กิโลวัตต์ เมื่อตรวจสอบข้อมูลน้ำมันคงคลังย้อนกลับไปในช่วง 20-25 มี.ค. ก็พบว่ามีน้ำมันอยู่ในคลังประมาณ 20 ล้านลิตร
จากข้อมูลการใช้ไฟฟ้าดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงเวลา 20-25 มี.ค. มีน้ำมันอยู่ในคลัง แต่ไม่ได้มีการจ่ายออกมา เพราะไม่พบการใช้ไฟฟ้าในการจ่ายน้ำมัน
“นี่คือการดูการจ่ายกระแสไฟฟ้าของแต่ละคลัง ทั้งหมด 92 คลัง จะนำข้อมูลส่งต่อดีเอสไอต่อไป ว่าการจ่ายไฟมันสอดคล้องกับการรับจ่ายน้ำมันหรือไม่” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าส
นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ตรวจหาสาเหตุปั๊มน้ำมันที่ปิดให้บริการในช่วงวันที่ 15-17 มี.ค. เนื่องจากไม่มีน้ำมันขาย โดยพบเหตุในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ในช่วงเวลาดังกล่าวมีรถบรรทุกน้ำมันวิ่งขนส่งออกจากคลังตามปกติ แต่กลับไม่ได้ส่งน้ำมันไปให้ปั๊ม เนื่องจากรถบรรทุกน้ำมันที่เคยจัดส่งให้กับปั๊มแห่งหนึ่ง ได้เปลี่ยนไปไม่ส่งน้ำมันให้ ทั้งที่จะยังมีการขนส่งน้ำมันเกิดขึ้นตามปกติ
น้ำมันหายกลางทะเล 57 ล้านลิตร
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. กระทรวงยุติธรรม แถลงตรวจพบการกักตุนน้ำมันทางทะเล โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันออกจากคลัง เพื่อเดินทางไปส่งที่คลังน้ำมัน 6 แห่งใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งหมด 96 เที่ยว (ล่าสุดเพิ่มเป็น 99 เที่ยว) มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร แต่ไปส่งถึงปลายทางเพียง 160 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางพบว่ามีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร ซึ่งพบว่าเป็นการถ่ายน้ำมันระหว่างเรือกลางทะเล แต่ยังไม่ทราบจุดหมายปลายทาง
ขณะเดียวกันในจำนวนเที่ยวเรือทั้งหมด พบเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 20 เที่ยว มีการเดินทางที่ล่าช้ากว่าปกติ แบ่งเป็นช้านาน 1 วัน จำนวน 13 เที่ยว ปริมาณน้ำมัน 35 ล้านลิตร และช้านาน 2 วัน จำนวน 7 เที่ยว ปริมาณน้ำมัน 16 ล้านลิตร
ทั้งนี้ทุกคดีที่เกิดขึ้น จะมีการเสนอให้ DSI รับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยเน้นตั้งแต่ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ต้นเดือน มี.ค.เป็นต้นไป และครอบคลุมไปถึงเหตุการณ์การกักตุนน้ำมัน
การกักตุนน้ำมันท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ไม่เพียงซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน แต่ยังสะท้อนถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสการจัดการด้านพลังงานของรัฐบาล ว่าสุดท้ายแล้ววิกฤตที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากประชาชนตื่นตระหนก หรือเป็นเพราะระบบบริหารจัดการของรัฐบกพร่องกันแน่
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:
- สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯส่อลากยาว ผลกระทบยากประเมิน
- วิกฤตพลังงานโลก: 3 ฉากทัศน์ “สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน”
- น้ำมันขึ้นรวดเดียว 6 บาท แก้กักตุน-รับความไม่แน่นอน



