ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 พ.ศ. …. รวม 4 ฉบับ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาแล้ว
โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 และพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งมีบทบัญญัติบางประการที่อาจไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ทันสมัย และไม่รองรับต่อความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพที่จะทำให้เกิดการพัฒนาระบบการเงินอย่างก้าวหน้า
นอกจากนี้ ยังมีบทบัญญัติบางส่วนที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ในเรื่องเดียวกัน และการกำกับดูแลตามกฎหมายในบางกรณียังขาดความชัดเจน ส่งผลให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ รวมถึงการตีความกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
การเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติในเรื่องนี้ รวม 4 ฉบับ เพื่อให้ครอบคลุมกับ (1) การส่งเสริมตลาดทุนดิจิทัล (2) การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ (3) การกำกับดูแลตลาดรองและองค์กรที่เกี่ยวเนื่อง (4) การระดมทุนและกำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีและผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน (5) การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการกำหนดมาตรการลงโทษ และ (6) การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้
ให้ ก.ล.ต.ร่วมสอบคดีใหญ่ และแยกการกำกับศูนย์ซื้อขาย 2 แบบ
ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. แก้ไขเพิ่มเติมประเด็น
| ประเด็น | รายละเอียด |
| 1. การส่งเสริมตลาดทุน | • กำหนดการดำเนินการรองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุน โดยให้การจัดทำ ส่ง รับ หรือเก็บรักษาข้อมูล ข้อความหรือเอกสารใด หรือการโฆษณา เปิดเผย หรือแจกจ่ายข้อมูล ข้อความ หรือเอกสารใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย (เดิมไม่มี)
• กำหนดให้มีการรองรับการโฆษณาชี้ชวนให้ซื้อหลักทรัพย์โดยวิธีการอื่น ที่ไม่ใช่ทางสิ่งตีพิมพ์ (เดิมกำหนดให้มีการโฆษณาทางสิ่งพิมพ์เท่านั้น) • กำหนดหลักเกณฑ์การบังคับชำระหนี้จากหลักทรัพย์ประเภทที่มีใบตราสารที่นำไปวางเป็นหลักประกันให้สามารถบังคับหลักประกันโดยวิธีการอื่นนอกเหนือจากการบังคับหลักประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อให้มีความคล่องตัวและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น กรณีหลักทรัพย์ที่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ตามตราสารและหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว ผู้รับจำนำจะเรียกเก็บเงินตามตราสารในวันถึงกำหนด โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อนก็ได้ (เดิมไม่มี) |
| 2. การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ | • กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (บุคคลผู้ถือหุ้นหรือรับประโยชน์จากหุ้นเกินกว่า 10% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด) ต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. (เดิมหลักเกณฑ์การกำกับดูแลโดยให้ความเห็นชอบของผู้ถือหุ้นรายใหญ่กำหนดไว้ในกฎหมายลำดับรอง)• กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตดำเนินการอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนได้ (เดิมไม่มี)• กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทำงบการเงินในรอบระยะเวลา 6 เดือน และ 12 เดือนตามแบบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (เดิมกำหนดเฉพาะในรอบระยะเวลา 6 เดือน) โดยงบการเงินต้องมีการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชี รวมทั้งกำหนดให้การจัดทำและการเปิดเผยงบการเงินให้เป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดเพื่อให้มีความยืดหยุ่นขึ้น (เดิมประกาศทุกงวดการบัญชีในรอบระยะเวลา 6เดือน)• กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน ซึ่งประกอบด้วยผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุนที่อยู่ต่างประเทศ บุคลากรในธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุนอื่น ให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไว้ในพระราชบัญญัติ (เดิมกำหนดการกำกับดูแลไว้ในกฎหมายลำดับรองในปัจจุบัน) ซึ่งจะทำให้การกำกับดูแลบุคลากรในตลาดทุนมีมาตรฐานและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตลาดทุนไทย |
| 3. การกำกับดูแลตลาดรอและองค์กรที่เกี่ยวเนื่อง | • กำหนดให้มีการกำกับดูแลศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทรับอนุญาต (เปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไปซื้อขายหลักทรัพย์) และประเภทจดทะเบียน (เปิดให้เฉพาะผู้ลงทุนสถาบันซื้อขายหลักทรัพย์) โดยให้มีการกำกับดูแลที่มีความเข้มงวดต่างกันตามระดับความจำเป็นในการคุ้มครองผู้ลงทุน
• กำหนดหน้าที่ของผู้ฝากหลักทรัพย์ในกรณีที่มีการฝากหลักทรัพย์ไว้กับตลาดหลักทรัพย์โดยผู้ฝากหลักทรัพย์ต้องจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่ได้ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด และให้ถือว่าบุคคลผู้มีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อดังกล่าวเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ผู้มีสิทธิ์ในหลักทรัพย์ที่ได้ฝากไว้กับตลาดหลักทรัพย์ตามชนิด ประเภท และจำนวนที่ปรากฏในบัญชี (เดิม ไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิความเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ของผู้ฝากหลักทรัพย์หรือลูกค้าของผู้ฝากหลักทรัพย์) • กำหนดให้สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์อาจนำเงินหรือรายได้ของสมาคมไปจัดหาผลประโยชน์จากการลงทุนในตราสารหนี้หรือหลักทรัพย์ประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการ ก.ล.ต.) ประกาศกำหนดได้เพื่อเปิดโอกาสให้สมาคมดังกล่าวมีช่องทางการหารายได้เพิ่มเติมที่เพียงพอต่อการดำเนินงานโดยอยู่ภายใต้ |
| 4. การระดมทุนและกำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีและผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน | • กำหนดให้การรายงานทางการเงินต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. และกำหนดให้ผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องในตลาดทุนต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยกำหนดให้มีการกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทุน (การมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอสำหรับการรองรับการประกอบการและความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ) (เดิมไม่มี)
• กำหนดหน้าที่และอำนาจของผู้ให้บริการระบบที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทุน (การแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ หรือทำสัญญาให้บุคคลอื่นมีอำนาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการบริหารงานของผู้ให้บริการระบบดังกล่าวได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.) และอำนาจของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการยับยั้งการดำเนินการที่อยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชนและการเลิกประกอบกิจการของผู้ให้บริการระบบดังกล่าว (เดิมไม่มี) |
| 5. การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการกำหนดมาตรการลงโทษ | • กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่สอบสวน ร่วมกับพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีความผิดบางประเภท ซึ่งอาจมีผลกระทบรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนหรืออาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ (เดิมไม่มี)
• กำหนดบทกำหนดโทษทางอาญา การเปรียบเทียบความผิด และมาตรการปรับเป็นพินัย ให้ถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยจะคงโทษทางอาญาไว้เฉพาะกรณีความผิดร้ายแรงหรือมีลักษณะที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี |
| 6. การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ | • ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยเพิ่มเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
• เพิ่มอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงาน ก.ล.ต. ในการลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับ • กำหนดให้กิจการของสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกับองค์กรกำกับดูแลอื่นเช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย (เดิมอยู่ภายใต้ข้อบังคับสำนักงาน ก.ล.ต. ว่าด้วยการพนักงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) |
ร่างพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. แก้ไขเพิ่มเติมประเด็น
| ประเด็น | รายละเอียด |
| 1. การส่งเสริมตลาดทุน | • กำหนดการดำเนินการรองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุน โดยให้การจัดทำ ส่ง รับ หรือเก็บรักษาข้อมูล ข้อความหรือเอกสารใด หรือการโฆษณา เปิดเผย หรือแจกจ่ายข้อมูล ข้อความ หรือเอกสารใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย (เดิมไม่มี) |
| 2. การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ | • กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (บุคคลผู้ถือหุ้นหรือรับประโยชน์จากหุ้นเกินกว่า 10% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด) ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ประกอบธุรกิจตามประเภทหรือที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.
• กำหนดขอบเขตหรือลักษณะของผู้ทำหน้าที่ผู้แนะนำการลงทุน ผู้วิเคราะห์การลงทุน ผู้วางแผนการลงทุน ผู้จัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือผู้ทำหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด (เดิมกำหนดการกำกับดูแลฯ ไว้ในกฎหมายลำดับรอง) รวมทั้งกำหนดหน้าที่ที่บุคคลดังกล่าวต้องปฏิบัติ เช่น ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพด้วยความเอาใจใส่และระมัดระวัง โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ • กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่และกรรมการหรือผู้มีอำนาจจัดการของศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยจะถือหุ้นหรือรับประโยชน์จากหุ้นของศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเกินกว่าที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (เดิมจำกัดจำนวนหุ้นไว้ไม่เกิน 5%) |
| 3. การระดมทุนและกำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีและผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน | • กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา (เดิมไม่ได้ระบุประเภทบุคคลธรรมดา) จัดทำบัญชีเพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน ที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพบัญชีตามกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพบัญชีและข้อกำหนดเพิ่มเติมที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
• กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจัดทำงบการเงินและส่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. โดยต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ |
| 4. การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการกำหนดมาตรการลงโทษ | • กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่สอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีความผิดบางประเภท ซึ่งอาจมีผลกระทบรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนหรืออาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ (เดิมไม่มี)
• กำหนดบทกำหนดโทษทางปกครองแก่ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือคำสั่งหรือเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด |
| 5. การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ | • เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงาน ก.ล.ต. ในการลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน การขอความเห็นชอบการออกใบอนุญาต การรับจดทะเบียน การให้ความเห็นชอบ หรือการประกอบกิจการ ที่ได้รับใบอนุญาตที่ได้จดทะเบียนหรือที่ได้รับความเห็นชอบ โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด |
ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. แก้ไขเพิ่มเติมประเด็น
| ประเด็น | รายละเอียด |
| 1. การส่งเสริมตลาดทุน | • กำหนดการดำเนินการรองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุน โดยให้การจัดทำ ส่ง รับ หรือเก็บรักษาข้อมูล ข้อความหรือเอกสารใด หรือการโฆษณา เปิดเผย หรือแจกจ่ายข้อมูล ข้อความ หรือเอกสารใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย (เดิมไม่มี) |
| 2. การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ | • เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขออนุญาต การอนุญาต หรือการประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด
• กำหนดให้บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดใด ๆ ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้โดยคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ (เดิมมีเฉพาะคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงาน ก.ล.ต.) |
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 พ.ศ. …. แก้ไขเพิ่มเติมประเด็น
| ประเด็น | รายละเอียด |
| 1. การส่งเสริมตลาดทุน | • กำหนดการดำเนินการรองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุน โดยให้การจัดทำ ส่ง รับ หรือเก็บรักษาข้อมูล ข้อความหรือเอกสารใด หรือการโฆษณา เปิดเผย หรือแจกจ่ายข้อมูล ข้อความ หรือเอกสารใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย (เดิมไม่มี) |
| 2. การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการกำหนดมาตรการลงโทษ | • กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่สอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีความผิดบางประเภท ซึ่งอาจมีผลกระทบรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนหรืออาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ (เดิมไม่มี) |
| 3. การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ | • เพิ่มอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในการลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขออนุญาต การอนุญาต การขอความเห็นชอบการให้ความเห็นชอบ การยื่นแบบแสดงรายการ และการยื่นคำขอต่าง ๆ โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด |
สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติในเรื่องนี้รวม 4 ฉบับดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้รัฐพึงปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน
รวมทั้งการปรับปรุงพระราชบัญญัติทั้ง 4 ฉบับดังกล่าว เป็นการรองรับการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในตลาดทุน สร้างความชัดเจนในการกำกับดูแล และเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับแนวทางกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล ลดกระบวนการ ที่ซ้ำซ้อน และมีกลไกส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมแนวนโยบายแห่งรัฐและแผนงานเกี่ยวกับตลาดทุน และยกระดับการคุ้มครอง ผู้ลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
38 คนเห็นด้วยกับร่างกฎหมาย
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงาน ก.ล.ต. ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวม 4 ฉบับ จากหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและรับฟังความคิดเห็นแบบกลุ่มย่อย (focus group) รวมทั้งได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายตามแนวทางมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2562 เรื่อง การดำเนินการเพื่อรองรับและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 และได้เผยแพร่ผลการรับฟังความคิดเห็น พร้อมการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายผ่านทางเว็บไซต์ให้ประชาชนได้รับทราบด้วยแล้ว
ทั้งนี้ปรากฏว่า มีผู้แสดงความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติทั้ง 4 ฉบับดังกล่าว จำนวน 39 ราย ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ จำนวน 38 ราย คิดเป็น 97% ของผู้แสดงความคิดเห็นทั้งหมดเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวม 4 ฉบับ รวมทั้งกระทรวงการคลังได้เสนอแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติทั้ง ฉบับดังกล่าว รวมจำนวน 183 ฉบับ มาด้วยแล้ว
ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงยุติธรรม สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงาน ก.ล.ต. สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบ/ไม่ขัดข้องร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวม 4 ฉบับ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:




