
การปฏิรูปกองทัพและยกเลิกเกณฑ์ทหารเป็นอีกนโยบายที่หลายพรรคเคยหยิบยกขึ้นมาเป็นนโยบายหาเสียงตั้งแต่การเลือกตั้ง 66 และต่อยอดมาจนถึงการเลือกตั้ง 69 ซึ่งได้รับการตอบรับจากสังคมเป็นอย่างดี แต่ในทางปฏิบัติยังมีการตั้งคำถามว่าทำได้จริงมากน้อยเพียงใด

เริ่มแล้วกับการเกณฑ์ทหาร 2569 ระหว่าง 1-12 เม.ย. นี้ ที่มียอดความต้องการ 84,380 นาย โดยมีผู้สมัครทหารออนไลน์ไปแล้ว (เปิดรับสมัคร 1 ก.ย. 68 - 25 ม.ค. 69) 22,062 นาย ซึ่งมากกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดบังคับเกณฑ์ทหารอยู่ที่ 62,318 นาย

แต่เดิมเรื่องของกองทัพ พลเรือนมักไม่ค่อยกล้ายุ่งเกี่ยวหรือแสดงความคิดเห็นมากนัก ด้วยคิดว่าไม่ได้มีความรู้หรือเกรงใจกองทัพในยุคที่ทหารเรืองอำนาจ นับตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกหลังการรัฐประหารที่จัดขึ้นในพ.ศ. 2562

จากการศึกษาของ กมธ. การทหาร สภาผู้แทนราษฎร พบว่า การยกเลิกเกณฑ์ทหาร หันมารับสมัครพลทหารที่สมัครใจแทน จะส่งผลทางบวกต่อคุณภาพของกำลังพล ประหยัดงบประมาณ และเป็นการปฏิรูปกองทัพให้มีประสิทิภาพมากขึ้น

"ปฏิรูปกองทัพ" พูดกันมานานกว่าครึ่งศตวรรษ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ แต่การปฏิรูปกองทัพ ยังไม่มีความคืบหน้าไปถึงไหน ขณะที่กองทัพยังมอง "ชาติ" ไม่นับรวมประชาชน จึงยังพบปัญหาการละเมิดเสรีภาพ และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะพัฒนาไปอย่างไร ทำให้ดูเหมือนว่าเมื่อพูดถึงการปฏิรูปกองทัพ ประเด็นก็จะวกไปวนมา