
โลกเข้าสู่ยุค “สุดขั้ว” แต่ระบบจัดการภัยพิบัติไทยยังเปราะบาง ถึงเวลาเลิกวิธีคิดแบบ “แยกส่วนทำ” แล้วนำ “ภัยพิบัติสุดขั้ว” เข้าไปอยู่ในหัวใจทุกภาคส่วน ทุกมิตินโยบาย พร้อมจัดตั้ง “หน่วยงานกลางเป็นเจ้าภาพ” ให้การบริหารจัดการมีความต่อเนื่อง เป็นอิสระ และครอบคลุมภัยพิบัติในทุกมิติอย่างแท้จริง

ภาคใต้กำลังเข้าสู่ฤดูฝนในเดือน พ.ย.นี้ สามเดือนนับจากนี้เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม การเตรียมความพร้อมรับมือจึงต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ชุมชนจะต้องตอบ 3 คำถามให้ได้ หนีเมื่อไร? หนีอย่างไร? หนีไปไหน? และภาคีเครือข่ายต้องช่วยสร้างกลไกสนับสนุนให้พวกเขาเข้มแข็ง

การจัดตั้งศูนย์ภัยพิบัติให้มีมาตรฐาน เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงกันมานาน โดยเฉพาะภายหลังจากเกิดภัยพิบัติขึ้น แต่ในที่สุดเรื่องก็เงียบหาย ทำให้การบริหารจัดการทำได้เพียงแค่ "ศูนย์บัญชาการเฉพาะ" แต่จากสถานการณ์โลกร้อน อาจถึงเวลาต้องกลับมาทบทวนกันอย่างจริงจัง เพราะภัยพิบัติอาจรุนแรงและเกิดบ่อยครั้ง