
วิเคราะห์สถานการณ์“ภัยพิบัติ” ปี 69 ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แนวโน้มท่วม–แล้งสลับถี่ขึ้น แนะรัฐเตรียมนโยบายรับมือภัยพิบัติแบบสุดขั้ว (Extreme) เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยน้ำท่วมหาดใหญ่ ย้ำ 3 หลัก “รับรู้–ยอมรับ–ปรับตัว” เพื่ออยู่กับความเสี่ยงอย่างยั่งยืน

ปี 68 เป็นอีกปีที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างทั่วถึง ตั้งแต่เหนือจรดใต้ จากสภาพอากาศแปรปรวน เนื่องมาจาก “โลกร้อน” อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นทะลุ 1.5 องศา ทำให้ปรากฎการณ์ “ลานีญา” เริ่มรุนแรงและคาดการณ์ได้ยากขึ้น นับว่าเป็นสัญญาณเตือนอีกครั้งว่าจะรับมือกันอย่างไร

โลกกำลังเผชิญกับ "วิกฤตซ้อนวิกฤต" ความท้าทายการบริหารจัดการยุคโลกรวนและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ การแก้ปัญหาต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เฉพาะภาคส่วนเดียวไม่อาจรับมือได้ การสร้างความเข้มแข็งระดับพื้นที่-เสริมพลังการมีส่วนร่วม มีความจำเป็นสำหรับรับมือและคลี่คลายสถานการณ์

เมื่อ "น้ำท่วมหาดใหญ่" กลายเป็น “ภาพก๊อปปี้” ของปัญหาการจัดการภัยพิบัติเดิมที่แก้ไม่ตก ท่ามกลางสถานการณ์ยุคโลกรวน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องเลิก "รัฐพิธีกรรม" เร่งรัดใช้ข้อเสนอเชิงนโยบายที่มี อย่าง “สมุดปกแดง” มาปรับใช้กับสถานการณ์จริง ก่อนที่ความเจ็บปวดจะวนลูปกลับมาเป็นความสูญเปล่าที่ไม่มีวันสิ้นสุด

รัฐบาลดันมาตรการฟื้นฟูและเยียวผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ อนุมัติเงินช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ทั้งหมด 530 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีโครงการสินเชื่อให้เงินเยียวยาและฟื้นฟูดอกเบี้ยปีแรก 0% และเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตอีกรายละ 2 ล้านบาท

เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 คือหนึ่งในสถานการณ์ที่ท้าทายระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของไทยอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะปริมาณน้ำฝนที่สูงผิดปกติและสภาพภูมิประเทศที่อ่อนไหวต่อการเกิดน้ำหลาก