
วิกฤตศรัทธาต่อ กกต.ในการการเลือกตั้ง 69 กำลังขยายวงมากขึ้น เมื่อภาคประชาชน พรรคการเมือง นักศึกษาแนักวิชาการ รวมยื่นฟ้อง 3 ศาล คือ ศาลปกครอง ,ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ปม“บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด”บนบัตรเลือกตั้ง โดยแต่ละศาลมีอำนาจตัดสินคดีต่างกัน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังถูกสังคมตรวจสอบอย่างหนักหน่วงจาก สารพัดปัญหาในการจัดการเลือกตั้ง 69 ที่ใช้งบประมาณถึง 7,824,040,100 บาท แต่เต็มไปด้วยข้อสงสัย ความผิดพลาด ประสิทธิภาพ ความไม่โปร่งใส จนอาจนำไปสู่่วิกฤตศรัทธาความเชื่อมั้่นต่อ กกต.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ "ปิยะพงษ์ บุษบงก์" นักวิเคราะห์และออกแบบนโยบายสาธารณะ มองว่าไม่ใช่เรื่องผลการนับคะแนน หรือขั้นตอนทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่อง "ความเชื่อมั่นของสาธารณะ" ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล เพราะ "รัฐบาลที่ดีคือรัฐบาลที่วางใจได้"

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คือองค์กรอิสระทำหน้าที่ควบคุมจัดการการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ให้สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นกลไกพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย กกต. จึงเป็นอีกผู้เล่นสำคัญของระบอบการปกครองนี้

“ความสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง” คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญกว่าการมองเพียงแค่เรื่อง “การทุจริต” หรือ “การซื้อเสียง” ซึ่งการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมจึงไม่เพียงรับรองความถูกต้องตามกฎหมาย หากยังเป็นหลักศีลธรรมทางการเมืองที่ค้ำจุนความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย

คดีฮั้วเลือกสว. จะจบลงอย่างไร หรือ จะเป็นมวยล้มต้มคนดู หลังผ่านไปกว่า 1 ปีเพิ่งดำเนินคดี ขณะที่สว.บางกลุ่มขอเปิดประชุมสภาวิสามัญ เลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่มีอำนาจในการพิจารณาสอบสวนและตัดสินคดีนี้ นำไปสู่ความกังวลใจเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน “เลือกคนที่จะมาตัดสินตัวเอง”