
"ดอกเบี้ยติดลบ" ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจยุคใหม่ หลังกนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% ซึ่งจากเอกสารแถลงข่าวของกนง. ชี้ให้เห็นว่าดอกเบี้ยติดลบจะเกิดขึ้นในไตรมาสแรก แต่หลังจากเกิดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กำลังจุดชนวน "วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ของโลก" ทำให้เงินเฟ้อพุ่งทะยานและดอกเบี้ยก็จะยิ่งติดลบ

กนง.มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ขณะที่ "ดอกเบี้ยที่แท้จริง" จะติดลบในไตรมาสแรก โดยประเมินเศรษฐกิจขยายตัวต่ำถึงปี 70 จากแรงกดดันหลายด้าน ทั้งงบประมาณและสถานการณ์ต่างประเทศ

เงินเฟ้อทั่วไป เดือน ม.ค. ติดลบ 0.66% เป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นที่ฐานยังคงเพิ่มขึ้น กระทรวงพาณิชย์ เชื่อยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เหตุอาหารสำเร็จรูปราคายังสูงขึ้น

เงินเฟ้อปี 68 เฉลี่ยติดลบ 0.14% ครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังติดลบต่อเนื่อง 9 เดือนติด ขณะที่พาณิชย์คาดปี 69 จะขยายตัว 1% แต่กนง.กำหนดเป้าหมายการเงิน อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 1-3% จับตาภาวะเงินฝืด ที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่องจากราคาสินค้าและบริการปรับลดลงในวงกว้าง

กนง.มติเอกฉันท์ปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 1.25% มีผลทันที มองเศรษฐกิจไทยเสี่ยงสูงขึ้น จากบริโภคลดลงและผลกระทบภาษีสหรัฐฯ คาดปี 69 จะขยายตัว 1.5% พร้อมจับตาเงินฝืดอย่างใกล้ชิด แม้ราคาสินค้าอยู่ในระดับต้ำ แต่มีสัญญาณการบริโภคลดลง

สัญญาณร้ายเศรษฐกิจไทยมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความเสี่ยงจากสงครามการค้า จากระเบียบเศรษฐกิจโลกปรับครั้งใหญ่จากนโยบายทรัมป์ ส่งผลกระทบความเชื่อมั่นทั่วโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยเริ่มได้รับผลกระทบชัดเจน จากนักท่องเที่ยวจีนลดลงและสินค้าจีนทะลัก มีความเสี่ยงกับภาวะเงินฝืดมากขึ้นตามจีน